เทคนิคการจับไม้อย่างมือโปร ในกีฬาเทเบิลเทนนิส

จับไม้ เทเบิลเทนนิส

สถานการณ์ตอนนี้เทรนการออกกำลังกายกำลังมาแรง ไม่ว่าจะเป็น การเล่นโยคะอยู่บ้าน การออกภาคสนามอย่างกีฬาฟุตบอล วอลเล่บอล หรือแม้กระทั่งกีฬาเทเบิลเทนนิสก็ยังได้รับความนิยมมาอย่างต่องเนื่องยาวนาน เทเบิลเทนนิส หรือรู้จักกันดีในนาม ปิงปอง นั่นเอง เป็นอีกหนึ่งกีฬาที่ผู้เล่นจะสามารถพัฒนาทักษะต่างๆของร่างกายได้เป็นอย่างดี

กีฬาเทเบิลเทนนิสผู้เล่นสามารถเลือกเล่นได้ทั้งแบบคู่หรือแบบทีม

ซึ่งทั้งสองแบบนี้ก็ให้ความสนุกสนานที่แตกต่างกันออกไป และที่สำคัญเทเบิลเทนนิสเป็นอีกกีฬาชนิดหนึ่งที่ผู้เล่นจะต้องแอคทีฟตลอดเวลา สายตาจับจ้องที่ลูกปิงปองสามารถช่วยฝึกสมาธิได้เป็นอย่างดี และวันนี้เราจึงนำเทคนิคที่สำคัญของการเล่นปิงปองมาฝากกัน นั่นก็คือ เทคนิคการจับไม้ที่ถูกต้องและดูเป็นมืออาชีพเรียกความน่าเกรงขามจากคู่แข่งได้ไม่น้อยเลยล่ะ

เทคนิคการจับไม้เทเบิลเทนนิส

การจับไม้นั้นถือเป็นเทคนิคสำคัญที่สุดในการเล่นกีฬาเทเบิลเทนนิสเลยก็ว่าได้ เพราะถ้าผู้เล่นจับไม้ได้อย่างถูกวิธีตั้งแต่เริ่มต้นจะทำให้ผู้เล่นนั้นสามารถฝึกพัฒนาการรับส่งลูกให้ได้คล่องแคล่วและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าถ้าจับได้ได้ถูกหลักก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้วล่ะ การจับไม้สามารถแยกได้ 2 เทคนิคหลักๆนั่นก็คือ จับไม้แบบจับมือ และ จับไม้แบบจับปากกา

  1.  การจับไม้แบบจับมือ สามารถทำได้โดยการใช้มือขวาในการจับไม้เทเบิลเทนนิส กางนิ้วโป้งออกแนบกับด้ามหน้าไม้เทเบิลเทนนิส โดยให้วางนิ้วชี้แนบไว้ที่ด้านหลังไม้  ซึ่งนิ้วชี้นั้นจะเป็นศูนย์กลางควบคุมทิศทางการตีลูกแบบ Fore hand และเมื่อเปลี่ยนทิศทางการตีลูกแบบ Back hand นิ้วโป้งจะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางควบคุมการตีลูกแทนนั้นเอง เทคนิคการจับไม้แบบนี้จะทำให้เกิดความคล่องตัวในการรับส่งลูก แต่แนะนำให้จับไม้แบบต่ำๆจะทำให้การควบคุมนั้นดียิ่งขึ้น
  2. การจับไม้แบบจับปากกา เป็นการจับให้ให้ปลายด้ามของไม้นั้นหันขึ้นคล้ายกับการคีบตะเกียบ เทคนิคการจับไม้ด้วยวิธีนี้จะทำให้ผู้เล่นได้เปรียบกว่าเทคนิคแรกโดยที่ผู้เล่นไม่ต้องคอยเปลี่ยนหน้าไม้ในการตี Fore hand, Back hand และเทคนิคนี้ใช้ได้ดีในการบล็อกลูกปิงปอง

เทคนิคการจับไม้ที่ถูกต้องนั้นถือเป็นเทคนิคสำคัญในการทำคะแนนได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว แต่ถ้าหากเพื่อนๆนั้นจับไม้ผิดวิธี จะส่งผลเสียอย่างมากในการเล่นกีฬาชนิดนี้ ทั้งจังหวะการตีรับส่งลูก หรือรวมไปถึงจังหวะในการเคลื่อนย้ายเท้าก็จะไม่สัมพันธ์การตีลูก และที่สำคัญแนะนำว่าให้ผู้เล่นนั้นเลือกจับไม้ในแบบที่ตนเองถนัด เพื่อพัฒนาทักษะในการรับส่งลูกให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นไปตามลำดับนั่นเอง

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*